2007/Nov/07

..

 

 

นี่ก็เริ่มเข้าหน้าหนาวอีกแล้วนะ

เธอยังจะจำได้หรือเปล่า

เมื่อสามปีที่แล้ว วันนั้นที่ฉันและเธอ ยืนรอรถเมล์ที่ป้ายด้วยกัน

ฉันกำลังหัวเสีย กับอากาศที่มันปุบปั๊บแบบนี้

ฉันเลยลืมหยิบเสื้อกันหนาวมาซะได้ หนาวชิบหาย หนาวเข้าไปถึงไส้เลย

แล้วยิ่งเมื่อเห็นคนทั้งป้ายรถเมล์ ใส่เสื้อกันหนาวแล้ว

ยิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความโง่ของตัวเอง เจ็บใจจริงๆ

แต่ . . เอ๊ะ

ฉันพลันเหลือบไปเห็นหญิงสาวผู้หนึ่ง สเปคฉันเลย

ยืนแต่งตัวราวกับหลุดมาจากนิตยสาร Ray เลยทีเดียว

แต่เสียดาย

ชุดที่เธอใส่นั้น มันเป็นชุดหน้าร้อน ฮ่าๆๆๆ

ฉันเห็นเธอยืนตัวสั่นเทาด้วยความหนาวที่กรีดเข้ามายังผิวกาย

เห็นแล้วก็อดอมยิ้มไม่ได้ ที่ได้เห็นคนโง่เหมือนกับฉัน

พริบตา ฉันเห็นเธอเหลือบมองมาทางฉัน แล้วก็อมยิ้มเช่นกัน

สงสัยเราคงจะคิดเหมือนกันกระมัง

แล้วเราทั้งสอง ก็ยืนขำกันที่ป้ายรถเมล์ ท่ามกลางสายตาที่งุนงงของคนทั้งป้าย

" อีพวกนี้บ้าหรือเปล่า ? "

นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของเราทั้งสอง

เธอยังจำได้ไหม . . .

 

 

 

เมื่อสองปีที่แล้ว เธอยังจะจำได้หรือเปล่า

วันนั้นที่เรานั่งดูข่าวกัน

เธอเห็นหิมะตกทางทีวี

เธอร้องกระจองอแงเหมือนเด็กๆ บอกว่าอยากไปๆ อยากเล่นหิมะ

ไอ้ชั้นก็ไม่ได้เศรษฐีเงินถุงเงินถัง ฟังก็ได้แต่หัวเราะพลางๆ

ลูบหัวเธอเบาๆอย่างอ่อนโยนพลาง แล้วบอกว่า

แล้วจะพาไปเล่นที่ดรีมเวิลด์ละกันนะ

เธอนั่งอมยิ้มอย่างสุขใจ เหมือนเด็กที่พอใจในของเล่น

ฉันเห็น ฉันก็สุขใจ

 

พนักงานทั้งดรีมเวิลด์ถึงกับงง

ปีนี้เป็นปีที่อากาศหนาวที่สุดเป็นประวัติการณ์ในเมืองไทย

กรุงเทพ หนาวถึง ๑๐ องศา

แต่ไอ้สองตัวนี้ยังจะเข้าไปหลั่นล้าในบ้านหิมะ

เธอยิ้ม เธอกระโดด เธอวิ่ง เธอหกล้ม

เธอสร้างเสียงหัวเราะและความสุขใจให้กับฉันได้ตลอดเวลาอย่างน่าประหลาด

แค่มองเธอ แ่ค่รอยยิ้มของเธอ

โลกสีเทาอันหม่นหมองนี้ก็พลันน่าอยู่ขึ้นทันตา

ฉันมีความสุขจัง

 

หลังจากดูไนท์พาเหรดจบ

ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่แล้ว ที่เราจับมือกัน กุมมือกันและกัน

ราวกับ ไม่อยากแยกจากกัน ไม่ว่ามันจะนานกี่นาทีก็ตาม

แต่ต้องแยกกันสักแป็บแล้วล่ะเธอ

" ผมอยากเข้าห้องน้ำน่ะ "

เธอหัวเราะอย่างเข้าใจ แล้วปล่อยมือผมให้ไปทำธุระส่วนตัว

พอฉันกลับมา ไม่เห็นเธอแล้ว

เธอหายไปไหน !?! ท่ามกลางคนที่มากมายมหาศาลขนาดนี้

ผมเที่ยวตามหา เดินไปยังสถานที่ที่เคยเดินผ่าน

มือถือก็ไม่มีสัญญาณ บ้าที่สุด !!

ในที่สุด ต้องแจ้งผ่านประชาสัมพันธ์

อีกอึดใจนึง เธอก็วิ่งมา

สีหน้าเธอเครียดมาก

เธอบอกว่า เดินๆรอฉันไปเรื่อยๆ ทีนี้จะเดินกลับ เดินไม่ได้

เพราะคนข้างหลังดันมา คนแน่นมาก

จนเธอหลง หลงไปไหนไม่รู้

พอได้ยินเสียงประกาศ เธอจำทางไปได้ ก็เลยรีบวิ่งมา

จากนั้นเธอก็ร้องไห้ เธอบอกว่ากลัวมาก กลัวจริงๆ

" อย่าจากเราไปไหน " เธอกล่าว

ฉันก็ได้แต่ปลอบพลาง ลูบหัวไปพลาง แล้วบอกว่า

" ผมอยู่นี่แล้ว "

เธอยังจำเมื่อตอนนั้นได้ไหม . .

 

 

 

เมื่อปีที่แล้ว เธอยังจะจำได้หรือเปล่า

ตอนที่เราไปขึ้นภูกระดึงกัน

เห็นเธอรูปร่างบอบบางแบบนี้ ฉันเองก็นึกไม่ถึง

ว่าเธอจะขาลุยขนาดนี้ ฉันยังเดินตามไม่ทัน

" เดินอึดเหมือนลูกหาบเลย "

เธอหันมาค้อนขวับ แล้วก็เดินต่อด้วยความไวที่มากกว่าเดิม

แกล้งฉันนี่นา รอด้วย

ฉันไม่ยอมเสียศักดิ์ศรีผู้ชายหรอกน่า

 

เรากลางเต๊นท์นอนกันหนึ่งคืน

ก่อนที่ตื่นมารอดูพระอาทิตย์ขึ้นในวันพรุ่ง

ฉันตื่นตีห้า พร้อมกับปลุกเธอเพื่อลุกมาแปรงฟัน

เธอครางอย่างขี้เกียจ พร้อมกับทำหน้าอ้อนๆ เพื่อจะขอต่อเวลาในการนอนอีกนิดหน่อย

" ไม่ได้ " ผมตัดบท เพราะไม่งั้นพระอาทิตย์จะขึ้นแล้วก็อดดูกัน

เธอทำปากบ่นมุบมิบๆ แล้วลุกไปแปรงฟัน

 

อากาศบนนี้กำลังเย็นสบายอย่างไม่น่าเชื่อ

ทั้งๆที่ย่างเข้าหน้าหนาว แต่ใส่เสื้อกันหนาวตัวเดียวก็อยู่ได้สบาย

สักพักเธอก็เดินเข้ามา

นั่งซุกท่ามกลางอ้อมกอดของฉัน เพื่อคลายความหนาว

เธอเอนตัวลงพิงฉันอย่างสบายใจ

พร้อมกับบอกว่า " ที่นี่เป็นที่ที่สบายใจที่สุดแล้ว "

" ภูกระดึงนี่นะเหรอ ? "

" เปล่า . . ในอ้อมกอดของเธอตังหาก . . ."

ฉันยิ้ม พร้อมกับก้มลงหอมไปกลางกระหม่อม

เธอหัวเราะอย่างสุขใจ

 

และแล้ว เวลาที่เรารอคอยก็มาถึง

ดวงตะวันสีส้มใหญ่ ค่อยๆลอยขึ้นมาปรากฎแก่สายตาของเราทั้งสอง

ทอแสงกระทบกับหยาดน้ำค้าง บ่งบอกเวลาให้สัตว์ต่างๆ ออกมาหากิน

เบื้องล่างเป็นทะเลหมอกอันเวิ้งว้างสุดลูกหูลูกตา

ท่ามกลางสายลมหนาวที่พยายามกรีดเข้ามาในอ้อมกอดอันอบอุ่นของสองเรา

เหมือนอย่างที่เราเห็นในนิตยสารนำเที่ยวก่อนที่เราจะตัดสินใจมาอย่างไม่ผิดเพี้ยน

เพียงแต่ .. ที่นี่สวยกว่ามาก . .

. . .

แต่ก็สวยน้อยกว่า คนที่อยู่ในอ้อมกอดของฉัน

คนเซ่อซ่าที่ฉัน เจอที่ป้ายรถเมล์

คนขี้เล่นที่ฉันหัวเราะได้ทุกทีที่ได้เจอ

คนที่ไม่ว่าฉันจะเหนื่อยล้าเพียงใด เครียดแค่ไหน พอมาเจอเธอ ทุกอย่างก็พลันหายมลายไป

เธอ . . คนนี้

 

ฉันตัดสินใจบางอย่าง . .

 

"ที่นี่สวยจังเลยนะ ไม่เสียแรงที่เราอุตส่าห์ปีนขึ้นมาดู" เสียงที่แสนอ่อนหวานของเธอ ทำลายความเงียบขึ้นมา

 

" . . . . "

" แต่งงานกับผมนะ "

เธอหันหน้ามา สบตากับผมด้วยสีหน้าที่ไม่อยากเชื่อ

ผมยิ้มตอบอย่างอ่อนโยน

 

...

 

เธอร้องไห้

โผกอดผมด้วยความดีใจ

ยิ้ม

ปิติยินดี

กอดผมแน่น ราวกับไม่อยากจากผมไปไหน

 

" ค่ะ . ."

 

เราทั้งสองค่อยๆบรรจงประกบปากอย่างนุ่มนวลและอ่อนโยน

ท่ามกลางธรรมชาติที่แสนงามยามหน้าหนาว

ในห้วงเวลาของเราสองคน

ตราบนานเท่านาน . .

. . .

เธอยังจำได้ไหม . . .

 

 

 

เป็นเวลาสี่ปีแล้วนะ ที่เราได้รู้จักกัน

ไม่ว่าจะวันไหน เมื่อไหร่ เธอก็สร้างความสุขใจให้กับฉันเสมอ

ใช่ ไม่ว่าเมื่อไหร่ . . .

จนกระทั่ง . . เมื่อครึ่งปีที่แล้ว


 

. . .

. .

 

" ชนยับ ดับหนึ่ง ขสมก. เอาอีกแล้ว "

 

หัวใจฉันแทบสลาย เมื่อรู้ว่าเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายคนนั้น คือเธอ

เธอที่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของฉัน

เธอ . . ที่ฉันรักยิ่ง

ในตอนนั้น ฉันเสียใจ โวยวาย ฟูมฟาย คลุ้มคลั่ง

เมื่อรู้ว่ารอยยิ้มที่แสนสดใส

เสียงหัวเราะที่ทำให้ฉันสุขใจ

จะไม่มีวัน หวนกลับคืนมาอีกแล้ว

 

อาละวาดไปหมดทุกอย่าง

กล่าวโทษตัวเอง โทษทุกคน

ถ้าวันนั้น ฉันไม่ติดประชุม

ถ้าวันนั้น การประชุมไม่ยืดเยื้อไปด้วยความแก่งแย่งชิงดีจะเป็นใหญ่ในสำำนักงาน

ถ้าวันนั้น ฉันไปรับเธอด้วยตนเอง

ถ้าวันนั้น พนักงานขับรถเมล์คันนั้น ไม่ขับมาด้วยความเร็วสูง เพื่อแข่งกันจะมารับผู้โดยสาร

ถ้าวันนั้น เธอไม่นึกใจดี ข้ามถนนมาซื้อชูครีมเจ้าโปรดของฉัน เพื่อกลับไปทานด้วยกันที่บ้าน

ไม่อย่างนั้นแล้ว เธอก็คงไม่ต้องจากฉันไป อย่างไม่มีวันกลับอย่างนี้ . .

 

 

มาถึงวันนี้

ก็ผ่านไปได้ครึ่งปีแล้วนะ

จากวันนั้น ที่ฉันวางดอกไม้จันให้เธอทั้งน้ำตา

ภาวนาให้เธอ จากไปอย่างสงบสุข

ไปพบแต่สิ่งดีๆ ที่ดีๆ ในภพภูมิหน้า

ถึงวันนี้ ฉันไม่ถือโทษโกรธพนักงานขับรถเมล์คนนั้นอีกแล้ว

เวลาครึ่งปีที่ผ่านมา มันทำให้ฉันคิดตกได้เสียที

ว่าไม่ว่าจะอย่างไร เธอก็ไม่หวนกลับมาแล้วล่ะ

 

 

วันนี้

ฉันมาหน้าหลุมศพเธอ

วันนี้

ฉันเอาดอกลิลลี่สีขาวที่เธอชอบมาเยี่ยม เอาขนมวัฟเฟิลที่เธอโปรดมาฝาก

วันนี้

ฉันอยากมาขอบคุณ

ขอบคุณที่เมื่อสามปีที่แล้ว เธอทำให้ฉันหัวเราะทุกที ที่ได้เห็นท่าเต้นบ้าๆบอๆ ของเธอเมื่อเธออยากให้ฉันคลายเครียด

ขอบคุณที่เมื่อสามปีที่แล้ว เธอให้ความอบอุ่นใจ อย่างที่ฉันหาไม่ได้จากที่ใดมาก่อน

ขอบคุณที่เมื่อสามปีที่แล้ว พรหมลิขิต ได้ขีดเส้นมาให้เราได้พบกัน ได้รักกัน ได้มีเรื่องราวดีๆต่อกัน มีความทรงจำดีๆร่วมกัน

ขอบคุณ เธอ ที่เกิดมาเพื่อฉัน

ขอบคุณจริงๆ

 

ไม่รู้ว่าเธอจะยังจำได้หรือเปล่า . . .

แต่รอยยิ้มของเธอ เสียงหัวเราของเธอ ความอ่อนหวานของเธอ

จะยังอยู่ในความทรงจำของฉัน . . ตลอดไป

 

ด้วยรัก ตลอดไป

ฉันเอง

8/11/50

 

ปล. นี่เป็นเรื่องแต่ง ทุกคนที่อยู่บนเรื่องนี้ ไม่มีตัวตนอยู่จริงนะครับ

ปล2.ได้รับแรงบันดาลใจจากเพลง กันและกัน Ost.รักแห่งสยาม

 

edit @ 8 Nov 2007 00:37:33 by • n 4 t z • ผู้ชายขี้เกียจ •

Comment

Comment:

Tweet


เส้าอ่า!!
#14 by nattoo (58.8.243.217) At 2007-12-02 19:06,
ซึ้งมักมาก น้ำตาแทบไหล -*-


รอยยิ้มของเธอ เสียงหัวเราะของเธอ
จะยังอยู่ในความทรงจำของฉัน . . ตลอดไป
แม้เทอ ไม่เคยรับรู้มันเลยก้อตาม ..
#13 by (58.136.119.2) At 2007-11-11 14:27,
เฮ้ย อดได้ ที่1
นี่สินะความต่างเพียงเสี้ยววินาที
cry cry cry
#12 by KUI At 2007-11-08 18:18,
ให้มาเม้นข้าพเจ้าก็จะมาเม้นให้

ข้าพเจ้าไม่ได้เก่งอะไร หนักนา

แต่ขอวิจารณ์หน่อย

เริ่มต้นเรื่องมาได้ดี

น่าติดตามมาเรื่อยๆ

แต่ถ้าอ่านมาซักครึ่งจะเริ่มรู้ว่า

มันต้องจบไม่สวย

เดาตอนจบได้ง่ายไปนิด

ถ้าเปลี่ยนเป็น นางเอกเดินสะดุดขากางเกง

ตกภู แต่ไม่ตาย มาตายในโรงพยาบาล

น่าจะแหวกแนวไม่ใช่น้อย

แต่ทว่าโดยรวมๆแล้ว

ความซึ้งพี่ให้ 7ครึ่ง

อย่าว่าพี่กด คะแนนแล้วกัน

แต่งต่อไปเรื่อยๆ

ผมจะติดตามผลงานของคุณต่อไป

ตราบเท่าที่คุณยังมีแรงเขียน

ป.ล. บอกไว้แต่แรกแล้วว่าไม่ได้เก่ง

พี่ก็วิจารณ์แบบ งูๆ ปลาๆ อย่าถือสา

ป.ล.2 ที่เข้ามาวิจารณ์ไม่ได้หวังผลตอบแทน

big smile big smile big smile
#11 by ۞ NitroLitE ۞ At 2007-11-08 03:53,
ขนลุกเลย ไอ้บ้า - -
เขียนดีแล้วล่ะ
สะเทือนใจดี
อ่านแรกๆ ก็นึกอยู่ว่าจะจบหักมุมแบบนี้
แต่ก็หลอกตัวเองว่าคงไม่ใช่หรอก sad smile
เอาจนได้นะแสด
#10 by boomz (58.8.85.75) At 2007-11-08 01:04,
เธอ คนนั้นที่ทำให้ฉันยิ้มเวลาที่เธอถือไม้เท้า เดินไปกับชั้น ทั้งที่เท้าเธอไม่ได้เป็นอะไร
.
เธอ ที่ชอบเลี้ยงข้าวริมทางฉัน เเละขอให้ฉันเลี้ยงซิทเลอร์เธอ..
.
เธอ ที่ชอบโยนโทรศัพท์เข้าดงกล้วยเวลาคุยกับฉัน ตอนรุ่นพี่เดินผ่าน
.
เธอ ที่ ขโมยโทรศัพท์เพื่อนๆในกองร้อยที่ชาตเเบตอยู่โทรมาหาฉัน ...
.
เธอ เธอ เธอ เธออออ ที่ตายห่าไปเเล้ว


ปล. เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง อีสองตัวที่อยู่ในเรื่องนี้ มีตัวตนอยู่ในปัจจุบัน - "-

เอนทรี่นี้ ไม่ค่อยชอบ อ่านเเล้ว งิ้ดสะกิดต่อมฟามซงจำ เเง้ TT"
#9 by ♥♥พ่อเเม่ At 2007-11-08 00:59,
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

ชอบเพลง ~
#8 by ♥♥พ่อเเม่ At 2007-11-08 00:49,
(กอดๆ)


ร้องไห้เหมือนกัน สะเทือนใจ




* พี่เน็ท .. สนใจฟีตฟิคเอสเจกับแนนมั้ยเนี่ย?
แต่งดีอ่ะ ขอคาระวะ
#7 by ※ Triple 'N' s ____ ★☆』 At 2007-11-08 00:47,
เศร้าจัง
#6 by ninjaarch At 2007-11-08 00:47,
นังนี้ เพ้อใหญ่แล้วววววววววววววววว เพื่อนช้านมีมุมงี้ด้วยหรอเนีย้ แด๊กน้ำตาลมากไปเป่าๆ เลี่ยนนะ 555
ปายดูหนังเรื่องนี้กับกรุมั้ย ที่รัก !
#5 by ที่รักเมิงไง (58.8.7.25) At 2007-11-08 00:45,
แนทจ๋า ซึ้งง่ะ กำลังทะเลาะกะแฟนอยู่เลย เฮ้ออออ

เขียนได้อย่างงี้ไปเขียนหนังสือขายเห๊อะ
#4 by พี่บุ๋ม (203.156.6.214) At 2007-11-08 00:44,
จำไม่ได้อ่ะ 555+

ปล.ที่ 1 (ไม่นับจขบ.)question
#3 by KUI At 2007-11-08 00:42,
T^T
#2 by Taez (58.8.185.152) At 2007-11-08 00:42,
จะร้องไห้ T T

แต่งเอง ซึ้งเอง

บ้าไปแล้วกุ